สถิติเว็บไซท์
ขณะนี้มี
สมาชิกออนไลน์ : 0

ผู้เยี่ยมชม : 0

สถิติรวมวันนี้ : 4

ตั้งแต่ : กันยายน 14, 2009

มีผู้เข้าชมรวม :3599
นิทานยามเช้า

Archive for the ‘สาระน่ารู้’ Category

PostHeaderIcon สารฝนทิพย์ เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ 7 ฉบับที่ 2

ปีที่ ๗  ฉบับที่  ๒/๒๕๕๓

ประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๕๓    

คุยกับผู้อำนวยการ

          ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน  ผู้ปกครองและโรงเรียนจะต้อง พบกับปัญหาโรคระบาดที่มักจะเกิดกับเด็กๆใน ช่วงนี้ เช่น โรคมือ เท้า  ปากเปื่อย  โรคไข้เลือดออก  และโรค ตาแดง   โรคเรียนมีมาตรการการป้องกัน โรค อย่างเข้มข้นทุกปี  เช่นการใส่เจลฆ่าเชื้อโรค ให้กับครู   เด็กและ บุคคลที่เข้ามาในโรงเรียนทุกคน  โดยมาตรการนี้ดำเนินมาตลอด ตั้งแต่  ต้นปี  2552 และจนบัดนี้ก็ยังปฏิบัติ อยู่  

        นอกเหนือจากนี้โรงเรียนก็ปฏิบัติตามมาตรการที่  สาธารณะสุข แนะนำมาในทุกขั้นตอน  โดยโรงเรียนดำเนินการ ต่างๆภายใต้ความเชื่อว่าความสะอาดจะสามารถ ป้องกันโรคได้ระดับหนึ่ง  ทางโรงเรียนมีหนังสือขอความร่วมมือแจ้งไปยังท่านผู้ปกครองทุกท่าน   จึงหวังใน

ความร่วมมือ จากทุกท่าน และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทางโรงเรียนจึงของดกิจกรรมว่ายน้ำระยะหนึ่ง

เรื่องเล่าจากหนังสือ

ไอน์สไตน์  อัจฉริยะที่เคยสอบตก  และถูกหาว่าปัญญาอ่อน  เพราะเขาไม่ชอบการเรียนการสอนที่น่าเบื่อหน่าย ใช้วิธีการท่องจำเป็นส่วนใหญ่  อยู่ในกรอบที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ในชั้นเรียน   ความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ของไอน์สไตน์มาจากเข็มทิศ  ของขวัญชิ้นหนึ่ง ในวัย  ๕  ขวบ  ด้วยความสงสัยว่ามีพลังลึกลับที่มองไม่เห็น ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้  และเนื่องจากเขาเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นด้วยจินตนาการ  มีวิธีการเรียนรู้อย่างอิสระ  ไม่เร่งรีบเปรียบเหมือน การนั่งรถไฟอย่างช้าๆ  ค่อยๆชื่นชมกับทิวทัศน์ข้างทางที่สวยงามมีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสิ่งที่เห็น มีเวลาทำความเข้าใจ  คิดอย่างเป็นขั้นตอน  อย่างละเอียดถี่ถ้วน  ต่างจากคนอื่นๆที่มุ่งไปสู่จุดหมายอย่างรวดเร็วตามกรอบ  วันหนึ่งเพื่อนนำตำราวิชาเรขาคณิตมาให้เขาอ่านทำให้เขาชื่นชอบและสนใจ    จากจุดเล็กๆนี้เองเป็นการบรรจบกัน  ของการใช้สมองทั้งสอง ซีก ของเขาการคิดโดยไม่มีกรอบเป็นการเปิดโลกทางความคิดใหม่ๆ โดยใช้จินตนาการคือสมองซีกขวา  เมื่อผสมผสานกับทฤษฎีทางคณิตศาสตร์  ฟิสิกส์ อย่างเป็นขั้นตอนหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของสมองซีกซ้ายเรียงร้อยออกมาเป็นสูตร ทางคณิตศาสตร์ จนนำไปสู่การค้นพบใหม่ๆมากมาย

         และนี่คือที่มาของประโยค อันลือลั่นที่ว่า

“ IMAGINATION  IS  MORE   IMPORTANT  THAN   KNOWLEDGE ”

ท่านเห็นด้วยไหมคะ  ถ้าท่านเห็นด้วยท่านจะต้องไม่บังคับให้เด็กเรียนรู้โดยใช้สมอง ซีกซ้ายเพียงซีกเดียวนะคะ  ( เร่งวิชาการ )

PostHeaderIcon เมื่อน้องๆ เริ่มเข้าโรงเรียน

เด็กๆ วัย 2-5 ปี มีพัฒนาการตามวัยในช่วงในช่วงที่สำคัญยิ่งในชีวิตของมนุษย์เป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ เลียนแบบ อยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย ช่างต่อต้าน เอาแต่ใจตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเองสูงฯลฯ จะมองเห็นว่าคุณลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะที่ชวนให้ผู้ปกครองปวดหัว หากแต่ความจริง คุณลักษณะเหล่านี้หากได้รับความเข้าใจและพัฒนาที่ถูกต้อง ถูกวิธีก็จะกลาบเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และช่วยให้เด็กมีความพร้อมที่ดีในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งของเด็กในการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เด็กวัยนี้จึงเป็นช่วงวัยที่เหมาะสมที่จะเข้าสถานพัฒนาเด็กหรือโรงเรียน อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้แต่การผละออกจากอกแม่ก็ยังเป็นสิ่งที่น่ากลัวและน่าตกใจของทั้งแม่และลูก มีปัจจัยหลายๆ ข้อที่ทำให้เด็กปรับตัวได้ง่ายหรือยากแตกต่างกันไป เช่น

  1. ปัจจัยด้านพื้นนิสัยของเด็ก เป็นคนปรับตัวยาก ขี้อาย ขลาดกลัวง่าย ติดคนเลี้ยงฯลฯ
  2. ปัจจัยด้านการเลี้ยงดู การปกป้องสูง ตามใจ ขาดการฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง หรือในทางกันข้าม ถูกดุหรือตีมาก ขู่หรือหลอกให้กลัวอยู่เสมอ เป็นเหตุให้เด้กปรับตัวยาก ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าแสดงออก ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ
  3. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม อยู่ในแหล่งหรือหมู่คนก้าวร้าว พูดจาหยาบคาย ชอบความรุนแรง สภาพคับแคบ อึดอัด ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งผลให้เด็กในด้านอุปนิสัยใจคอและการเรียนรู้ เช่นเด็กบางคนจะติดนิสัยชอบความรุนแรง ช่างรังแก สมาธิสั้น เรียนรู้ช้า ขาดความอดทน ปรับตัวยาก ฯลฯ

จากปัจจัยดังกล่าว ช่วงเวลา 1 สัปดาห์แรกเข้าจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัยยิ่งในการเตรียมตัวทั้งเด็กและผู้ปกครอง ให้เกิดความพร้อมทางด้านอารมณ์และจิตใจ มีความเข้าใจอันดีต่อโรงเรียน ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ เพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการเตรียมตัวเด็ก ไม่ให้เกิดความเครียด

กิจกรรมส่งเสริมคนดี

คุณครูของหนู

ห้องเรียน 3 ดาว

เด็กดีประจำสัปดาห์

taekwondo
Polls

How Is My Site?

View Results

Loading ... Loading ...